OUR FIC SUJU-M chapter 1
posted on 18 May 2009 14:26 by kibummin5555+ ได้ฟิคมาจากเพื่อนซักที อ่านกันเล่นๆนะฮะ NO NC แต่จะมีหื่นนิดหน่อย(ที่เราแต่งอ่ะแหละหื่นทุกที-*-)
แต่งกัน 3 คน
เอาเลยฮะ LET'S GOoo
Chapter 01 :: ::“Coz I can’t Stop …”“คัท” เสียงโปรดิวเซอร์ดังขึ้น “วันนี้พอแค่นี้นะ ไปพักเที่ยงได้ครับ”“เย่!” เสียงแสดงความดีใจของเจ้าชายลิลลี่ ชเว ซีวอนดังสนั่นเพราะ... “กินข้าวผัดปักกิ่งกันเหอะ พี่เกิง”“ปูเสื่อก่อน x2” เสียงแหลมๆดังขึ้น “น้องรี่กับพี่ด๊องมากินด้วยกันนะ”“คยุฮยอน หยิบข้าวกล่องให้พี่หน่อย” เสียงภาษาเกาหลีออกมาทางจีนของฮันเกิงดังขึ้น “โจวมี่ นั่งๆ”“ครับๆ” หนุ่มน้อยหน้าตาดีส่งข้าวกล่องให้กับทุกคน “พี่โจวมี่ นั่งๆ”“ครบแล้ว กินกันเลยเถอะครับ” เสียงเฮนรี่ดังขึ้น “Lunch time!!!!”“หอมที่สุดเลยอ่า~” เสียงดงแฮดังลั่น “อยากให้คิบอมกินจัง!”“กินกันเลยเหอะ” เสียงโจวมี่ดังขึ้น แล้วทุกคนก็เปิดกล่อง“เฮ้ย!!!” ฮันเกิงหน้าตาตื่น มองหน้าทุกคนที่แอบอมยิ้มอยู่ “ข้าวในกล่องมันหายไปไหนหมด?”“พี่ว่อน!!!เอาอีกแล้วหรอครับ?!” คยุฮยอนหันหน้าไปมองซีวอนที่ระเบิดหัวเราะออกมา นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นประจำของเหล่าSUJU-M ที่นี่คือสนามบินแห่งหนึ่งในประเทศจีน สถานที่ถ่ายทำเอ็มวีเพลง U ตอนนี้เป็นเวลา 01.30PM เหล่าSUJU-Mต่างเบิกบานกับการกินอาหารกลางวันฝีมือสุดเจ๋ง ฮันเกิง“พี่โจวมี่!!! อย่าเอาของพี่เกิงมาโปะให้ผมซี่!!!” คยุฮยอนโวยวาย “ผมไม่อยากกินขี้ปากพี่เค้า”“แล้วนายอิ่มป่ะล่ะ ข้าวแค่นั้นน่ะ” โจวมี่โวยขึ้นมาบ้างและกระแทกศอกใส่แขนคยุฮยอน“อ่า~” คยุฮยอนส่งเสียงตอบ พลางตักของตัวเอง(ของฮันเกิง)คืนเจ้าของ “เดี๋ยวพี่เค้ากินไม่พอ”“เย่” ขณะที่ฮันเกิงกำลังดีใจกับปริมาณอาหารเที่ยงที่เพิ่มขึ้น ช้อนปริศนาก็ขโมยข้าวของเขาไป “เฮ้!!!”“ฮ่าๆ” รยออุคนั่นเองที่กำลังขโมยข้าวของเขาไปใส่ในกล่องข้าวของดงแฮที่กำลังลุกไปหยิบน้ำจากกระเป๋า“รยออุค!!” แล้วฮันเกิงก็ยื่นช้อนจะไปตักคืนมา “เงียบๆนะ”“พี่ฮันเกิง!!” ดงแฮหันควับ ทำหน้าตาน่ากลัวใส่ฮันเกิง “แย่งข้าวผมเรอะ?????”“อะไรเล่า ของฉันต่างหาก เมื่อกี้รยออุคเอาไปใส่” ฮันเกิงเอาช้อนชี้หน้า “ไม่สงสารพี่บ้างหรอ”“สงสารหรอกแต่... เมื่อมันอยู่ในกล่องผมเกิน3วินาที มันคือของผม” ดงแฮพูดและมองฮันเกิงที่หันไปทำท่าขอร้องให้คยุฮยอนช่วยแบ่งข้าวมาให้ “อย่าคิดจะมองคยุกี้อย่างงั้นนะ!”“เถียงกันมาก ฉันกินเอง” มาดื้อๆไปดื้อๆ ซีวอนตักไป จบยกดงแฮVSฮันเกิง “ของโปรด~”“เฮ้ย!!” เสียงของฮันเกิงกับดงแฮดังขึ้นพร้อมกัน“เออๆ แย่งกันเข้าไป พี่ไม่กินแล้วก็ได้” ฮันเกิงพูดเชิงงอนๆใส่น้องๆเพื่อเรียกความสนใจ แต่สิ่งที่ได้กลับมา ความเงียบ ไม่มีใครสนใจเลยซะคนเดียว“นี่ตกลงจะไม่มีใครสนใจฉันที่แก่ที่สุดเลยหรอไง” ฮันเกิงตบเสื่อข้างๆเท้าตัวเอง“ช่วยไม่ได้นี่นา ก็อยากทำอร่อยเองนี่” ซีวอนพูดพลางวางกล่องข้าวเปล่าๆลงและหันมายิ้มน่ารักให้กับดงแฮและรยออุค “ว่างั้นป่าว?”“อร่อยจริงๆนะ... คราวหน้าว่างๆสอนผมทำบ้างนะครับ” รยออุคพูดแล้ววางกล่องข้าวเปล่าๆลงเทียบกับของเฮนรี่ที่วางอยู่ก่อนหน้านี้ “พี่กินเยอะกว่า เย่!!!!!!!!!”“ถ้ากินเสร็จแล้ว พวกเราไปเดินเล่นดีกว่า” ดงแฮวางกล่องข้าวข้างๆของเฮนรี่แล้วดึงมือรยออุคกับเฮนรี่ไป“พี่เกิง... พี่กินพอรึเปล่า”คยุฮยอนหันหน้ามาถาม “ถ้าไม่อิ่ม เอาของผมก็ได้”“อา~ น้องคยุฮยอนสุดที่รัก!!!” ทันทีที่ฮันเกิงจะยื่นช้อนออกไปที่กล่องของคยุฮยอน เสียงท้องร้องของคยุฮยอนก็ดังขึ้นมาทรมานจิตใจฮันเกิงผู้มีจิตใจเมตตาซะอย่างงั้น “เอ่อ...”“แฮะๆ” คยุฮยอนเผยยิ้มเฝื่อนออกมา ราวกับจะบอกว่า -พี่เอาไปเหอะ- อะไรประมาณนั้น ขณะที่ฮันเกิงกำลังลังเลอยู่นั่นเอง เสียงท้องร้องของคยุฮยอนก็ดังขึ้นเรื่อยๆ ฮันเกิงยิ่งสับสน“นายกินไปเหอะ” ฮันเกิงถอนหายใจ “คราวหน้าจะทำให้เยอะกว่านี้ละกันนะ”“ขอบคุณครับ พี่” คยุฮยอนยิ้มหวานให้ ฮันเกิงยิ้มรับ เขาตักข้าวช้อนสุดท้ายในกล่องเข้าไปโปะที่กล่องของคยุฮยอนด้วยความเอ็นดูน้อง “พี่เกิง”“นายกินไปเหอะ นายยังสูงได้อีก” ฮันเกิงหัวเราะก่อนจะลุกขึ้นไปล้างแค้นในบัญชีรายชื่อ เป้าหมายคือ ชเว ซีวอน “ซีวอน!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”“เหอ!?” ซีวอนหันมาพร้อมกับทำตาโตใส่ฮันเกิง “อะไร๊!? ฉันไม่รู้เรื่องนะ”“ไม่ต้องมาพูดเลย แกคิดจะให้กระเพาะฉันทะลุรึไงฟะ!!!!?” ฮันเกิงยังคงโมโหด้วยเรื่องข้าวกล่อง“พี่เกิง...คราวหน้าก็ทำเยอะๆสิครับ...” โจวมี่พูดพลางตักข้าวเข้าปากอีก “ผมอยากกินอีก”“นายยังกินไม่หมดแล้วยังจะมาเอาเพิ่มอีกเรอะ!!!!!” ฮันเกิงหันมาตะโกนแล้วหันกลับไปตะคอกใส่ซีวอนที่ไม่สนใจฟังแถมยังจะเอาช้อนไปขโมยข้าวของคยุฮยอนอีกต่างหาก “ซีวอน!!!!”“ก็มันไม่อิ่มนี่ ฉันยังสูงได้อีก พี่แก่แล้ว สูงเพิ่มไม่ได้ ให้ฉันกินน่ะดีแล้ว” คำต่อล้อต่อเถียงของซีวอนเริ่มทำให้ฮันเกิงโมโหมากยิ่งขึ้น “นี่ พี่ฮันเกิง คราวหน้าพี่ต้องทำเยอะกว่านี้นะ ฉันหิวมากนะเฟ้ย”“หุบปากน่า แล้วนายคิดว่าฉันกินพอรึไงเล่า ยังไม่ได้กินซะกะคำอ่า... ฉันจะร้องแล้วนะเฟ้ย!!!!!!” ฮันเกิงทำท่าร้องไห้เรียกร้องความสงสารเหล่าป้าๆแถวๆนั้น “ฉันโกรธนายแล้ว... ไม่ต้องมาพูดกันเลย...”“ฉันไม่พูดกะพี่หรอก แต่ฉันจะกินข้าวที่พี่ทำอยู่ดี 555” วาจากวนประสาทก็มาเช่นเคย“นี่ พี่เกิง เอาของผมก็ได้นะ” คยุฮยอนมองหน้าฮันเกิง ส่งสายตาประมาณว่า –พี่พูดจนผมไม่กล้ากินแล้วนะ- ก่อนจะยื่นกล่องข้าวที่เหลืออยู่ประมาณ 5 คำให้กับฮันเกิง “พี่กินเถอะ...”“ขอโทษด้วยนะ คยุฮยอน...” คราวนี้ฮันเกิงไม่สับสนอีกแล้ว เขาฉวยเอากล่องข้าวมาทันที ก่อนจะตักกิน 5 คำที่เหลือนั่นโดยไม่สนใจคยุฮยอนที่ต้องไปแย่งโจวมี่กิน“อิ่มมั๊ย?” เสียงอันอ่อนโยนของโจวมี่ดังขึ้น ถึงแม้จะพูดให้แก่คยุฮยอน แต่สำหรับฮันเกิงแล้ว เขาคิดว่าน่าอิจฉามากที่มีคนมาห่วงใย “พี่เกิง...เป็นอะไรครับ...ทำไมตาแดงๆ”“เปล่า...พี่หิวแล้วไม่มีอะไรกิน...พี่เลยเครียดจนน้ำตาไหล” ฮันเกิงรู้ตัวว่าไม่ช้า เขาต้องร้องไห้แน่ๆ เขาจึงรีบตักข้าวเข้าปาก หลบหน้าซีวอนที่มองหน้าเขาอยู่“พรุ่งนี้ผมจะไปหาหมอ รู้สึกเจ็บคอแปลกๆ” โจวมี่พูดขึ้น เรียกร้องความสนใจจากคยุฮยอน“พี่เจ็บคอหรอ?!” คยุฮยอนถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง ก่อนจะฉวยเอาแก้วน้ำเย็นในมือโจวมี่ทันที “เจ็บคอก็ห้ามกินน้ำเย็น เข้าใจป่าว?”“เดี๋ยวพี่ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ...” ฮันเกิงลุกขึ้นหลังจากกินข้าวของคยุฮยอนจนหมดกล่อง เขากะจะไปล้างหน้าล้างตา แต่เขาไม่รู้หรอกว่ามีคนเดินนำหน้าเขาไปแล้ว... ที่ห้องน้ำในสนามบิน ห้องน้ำอันว่างเปล่าถูกเติมเต็มด้วยฮันเกิงและคนคนหนึ่งที่กำลังเข้าห้องน้ำอยู่ ฮันเกิงเข้ามายืนอยู่หน้ากระจกที่อ่างล้างมือ มองหน้าตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกอย่างหงอยเหงา สายตามองใบหน้าที่มีแต่ความเศร้าของตัวเอง จู่ๆความรู้สึกจี๊ดก็กระตุกปลายเส้นประสาทท้องของเขาจนต้องเลื่อนมือมากุมเอาไว้ ตัวที่เคยตรงดูสง่ากลับกลายเป็นต้องงอตัวขดลงแก้ความปวดร้าว ประตูห้องน้ำเปิดออก หนุ่มน้อยแก้มซาลาเปาเดินออกมาจากห้องปลดทุกข์ ฮันเกิงปวดร้าวถึงกับทรุดตัวลง เสียงของเขาบ่งบอกถึงความเจ็บจี๊ดในท้อง เขายึดมั่นในสัจจะของลีดเดอร์ ยอมแบกความกังวลใจเอาไว้ และนั่นทำให้เขาล้มลงกับพื้น หนุ่มน้อยแก้มซาลาเปา เมื่อเห็นลีดเดอร์ที่เคารพล้มลง เขาก็รีบตรงเข้าไปอย่างไม่คิดชีวิต“พี่เกิงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!” เพื่อนๆที่เป็นห่วง ล้อมหน้าประตูห้องหมอเอาไว้ จากคนที่เคยเป็นคนขี้แกล้งก็นั่งจ๋อย รอฟังข่าวอาการอย่างเป็นกังวล ชเว ซีวอนเริ่มรอไม่ไหว เขาแยกตัวออกไป(สงสัยรู้ตัวว่าผิด) นั่นทำให้ทุกคนเริ่มกระจายตัวกันออกไปนั่งรอ หนุ่มน้อยแสนดีอย่าง โจ คยุฮยอน ไม่รีรอ เดินหายไปจากที่นั่งทันที ไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมกับน้ำกระป๋องในถุงผ้าอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม“คยุฮยอน?” ทุกคนมองคยุฮยอนที่วางถุงผ้าลง ส่งเสียงก๊องๆแก๊งๆไปทั่ว“ผมเอานี่มาให้ทุกคนครับ” หนุ่มน้อยหยิบชากระป๋องขึ้นมา “ชากระป๋องอารมณ์ดี”“นี่นายเล่นมุกอยู่หรอ?” เจ้าของเสียงแหลมเล็ก รยออุคถามคยุฮยอนที่ทำหน้าเบิกบาน “เราห่วงพี่เกิงกันอยู่นะ!!!”“ไหนๆก็เอามาแล้ว ฉันขอละกัน” ซีวอนเดินเข้ามารับ“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมว่าพี่เกิงไม่เป็นอะไรหรอกครับ” คยุฮยอนยิ้มให้กำลังใจทุกคน “พี่เกิงเค้าอาจจะแค่หิวข้าวมากจนเป็นลมก็ได้...”“หิวข้าว...” ดงแฮมองก่อนจะหันไปที่ซีวอน “จะว่าไปนายแย่งข้าวไม่ใช่หรอ?”“นี่ๆ ไม่ใช่ฉันคนเดียวซักหน่อย นายก็เหมือนกันนี่นา รยออุค ดงแฮ โจวมี่” ซีวอนทำหน้าฉุนๆ พลางเปิดกระป๋องชาออกมาดื่ม “ฉันไม่ผิดนะ”“พอเถอะครับ” เด็กน้อยแก้มซาลาเปาตวาด “ไม่ผิดกันทั้งนั้นแหละ พี่เขาอาจจะน้ำย่อยกัดแรงไปเท่านั้นเองก็ได้”“นี่อย่าบอกนะว่า... พี่เค้าเป็นเป็นโรคกระเพาะ” โจวมี่พูดทำให้ทุกคนหยุดมามองหน้ากัน ทันใดนั้น แพทย์ก็เดินออกมา“คุณฮันเกิงไม่เป็นอะไรมากครับ... เป็นโรคกระเพาะ” แพทย์ยิ้ม “กินยาซักพักก็หายแล้ว”“ทำไมพี่โจวมี่เก่งอย่างงี้!!!” คยุฮยอนเข้าไปกอดโจวมี่ “ทายถูกด้วย”“สรุปว่านี่พวกเราทำให้พี่เค้าเป็นโรคกระเพาะใช่มะ?” เฮนรี่ถาม ทุกคนพร้อมใจกันพยักหน้า“ซีวอน~ เรามาเล่นอะไรสนุกๆกันดีกว่า” ดงแฮฉีกยิ้มชั่วร้ายออกมา “รยออุคด้วยนะ”“ขอบคุณคุณหมอมากเลยนะครับ...” หนุ่มคยุฮยอนขอบคุณแพทย์โดยไม่สนใจแผนการชั่วร้ายที่ดงแฮกำลังจะเริ่มอธิบาย “ทุกคนครับ ขอบคุณสิครับ”“ขอบคุณครับ!!!!!” ทุกคนหันมาขอบคุณด้วยท่าทางน่ารักเยี่ยงเด็กอนุบาลก่อนจะหันไปสุมหัวกันอีกครั้ง ทิ้งให้คยุฮยอนยืนโดดเดี่ยวเปลี่ยวเอกา “คยุฮยอน!!!”“อ...ครับ?” แล้วคยุฮยอนก็ถูกโจวมี่กับดงแฮลากคอเข้ามา “ครับ?”“นายต้องทำตามแผนการของดงแฮนะ” ซีวอนล็อคคอคยุฮยอน “คือว่านะ...” ที่ห้องพักในโรงพยาบาล ตอนนี้ลีดเดอร์ผู้เสียสละนอนยังไม่ฟื้น ทั้ง 6 คนเปิดประตูเข้ามาเบาๆ และนั่งรอตรงโซฟาเพื่อรอลีดเดอร์ที่แสนใจดีของพวกเขา ไม่นานคยุฮยอนก็เกิดลังเลใจขึ้นมา...“พี่ซีวอน... ทำแบบนี้มันจะดีหรอครับ?” หนุ่มหน้าใสหันมาถามซีวอนที่นั่งอย่างคุณชาย“จะลังเลอะไรอีกล่ะ” โจวมี่หันมาตอบให้แทน(ซะงั้น)พลางควักกระเป๋ากางเกงแล้วกำสิ่งนั้นไว้ในมือ ก่อนจะวางกำมือนั้นลงบนฝ่ามือของคยุฮยอน “ว่าไง?”“ตกลงครับ” ธนบัตรจีน 1 ใบถูกปล่อยลงมือคยุฮยอน <<เสร็จสิ้นการทำสัญญา“อ้าว? ที่นี่ที่ไหนเนี่ย?!” จู่ๆฮันเกิง(ที่พึ่งฟื้น)ก็ดีดตัวขึ้นมา ทำเอาทุกคนตกใจ “นี่...เกิดอะไรขึ้น?”“พี่เกิง...แง้~” จู่ๆรยออุคก็วิ่งไปกอดฮันเกิงที่พึ่งลุกจากเตียงจนหัวเกือบฟาดกับเหล็กหัวเตียง “ผมขอโทษที่ชอบแกล้งพี่...”“พี่เกิง ผมขอโทษที่ชอบแย่งข้าวกล่องของพี่” ดงแฮวิ่งตามเข้าไปกอดฮันเกิงซ้ำ คราวนี้ฮันเกิงเริ่มจะเข้าใจสถานการณ์แล้ว“ผมขอโทษที่ไม่ยอมแบ่งข้าวผัดปักกิ่งให้พี่กิน...” เฮนรี่วิ่งเข้ามากอดอีกคน ทำให้ตอนนี้ฮันเกิงชักจะอึดอัดแล้ว “ผมขอโทษ... ผมจะไถ่โทษด้วยการสีไวโอลินเพลงSTAR WARให้ฟังนะครับ”“ฮือ... ไม่น่าเลย... ผมขอโทษ...” โจวมี่สวมกอดคยุฮยอนเข้าอย่างจัง และลูบหลังคยุฮยอนเบาๆ “คยุฮยอนอย่าร้องไห้สิ”“ก็ผมมันไม่ดีเองนี่นา... ถ้าผมไม่กินเยอะ พี่เกิงคงไม่เป็นแบบนี้...” คยุฮยอนสะอึกสะอื้น“เฮ้ย!!! ฉันเริ่มใจไม่ดีแล้วนะ...” ฮันเกิงกันไปหาซีวอนที่ยืนทำหน้ากังวลอยู่ทางหน้าต่างห้องด้วยใบหน้าอันซีดเผือด “ฉันเป็นอะไรกันแน่เนี่ย...ทำไมทุกคนถึง...”“ผมต้องขอโทษพี่ด้วยนะ ที่แย่งข้าวพี่กินทุกวันจนเกิดเรื่องนี้ขึ้นน่ะ...” ซีวอนเดินเข้ามาตบบ่าทั้ง 3 คนที่ยังกอดฮันเกิงอยู่ และมองฮันเกิงด้วยดวงตาที่แดงเจือด้วยน้ำตาที่คลอเบ้า...“หา?” ฮันเกิงมองทุกคนที่ยังร้องไห้อยู่ เขาจึงหันกลับมาที่ซีวอนซึ่งเอามือปาดน้ำตาที่เริ่มไหลออกมา “นี่มันอะไรกันน่ะ...”“คือเมื่อกี้หมอ...” ดงแฮพยายามจะพูดแต่ซีวอนใช้มือแตะบ่าเขาเอาไว้“ขอฉันพูดเองละกันนพ ดงแฮ...” ซีวอนตีหน้าเข้มแข็งและพูดออกมาด้วยเสียงที่ทรมานใจคนฟังเป็นอย่างยิ่ง “พี่เกิง... พี่ป่วยเป็นโรคกระเพาะ อีก 3เดือนพี่จะต้องตายแล้ว...”“พวกนายจะบ้ากันหรอไงฟะ!!!!โรคกระเพาะบ้านแกสิ เป็นแล้วตายน่ะ!!” สุดท้ายฮันเกิงก็ระเบิดออกมา ดีดทั้ง3คนลงไปกองอยู่ข้างหน้า “นี่ไม่ตลกเลยนะ ฉันตกใจรู้มั้ย?!”“พวกเราก็ตกใจเหมือนกัน...” โจวมี่หันมาพูด เขาเข้าไปกอดซีวอนทันทีที่ซีวอนจะร้องไห้“พี่เกิง...หมอเค้าบอกอย่างงั้นจริงๆนะครับ ผมตกใจมากเลยนะ” เฮนรี่มองฮันเกิงด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย “ทุกคนไปฟังมาด้วยกันจริงๆ”“หมอเค้าบอกว่า กระเพาะพี่เกิงน่ะหลั่งกรดที่รุนแรงมาก จนทำให้กระเพาะทะลุหลายจุดมาก มากจนหมอผ่าตัดปิดปากแผลให้ไม่ได้... ตอนนี้ขอบแผลมันไม่มีเลือดไหล แต่ถ้าพี่หิวมากๆ กรดมันจะกัดปากแผลไปโดนเส้นเลือดแดงอีกครั้ง พี่มีชีวิตได้ไม่เกิน3เดือนเท่านั้นครับ... ผมรักพี่เกิงนะ” คยุฮอนกอดฮันเกิงทันทีที่พูดจบโดยไม่รีรอใครเลย“หมอบอกว่าทางเดียวที่จะยื้อชีวิตพี่ไว้ได้ คืออาหาร ต้องกินให้ตรงเวลา...” รยออุคพูดขึ้นและจับมือฮันเกิงเอาไว้ “ผมจะเป็นคนเตือนพี่ให้กินข้าวเองนะ”“นี่ตกลงฉันต้องตายจริงๆหรอเนี่ย...” ฮันเกิงพูดและลูบหลังคยุฮยอนที่ยังสะอึกสะอื้นอยู่“พี่อยากให้ผมทำอะไร พี่บอกผมเลยนะ” ดงแฮพูดและยิ้มฝืนๆให้ “ผมกับทุกคนจะดูแลพี่เอง...”“ฉันสัญญา สัญญาจริงๆว่าจะป้อนข้าวพี่เกิงวันละ 3 คำ มื้อละคำจริงๆ อย่าเอาตัวพี่เกิงไปเลยนะครับ” ซีวอนทำท่าอ้อนวอนพระเจ้าพลางปาดน้ำตาของตัวเองด้วยแขนเสื้อ“ขอบใจทุกคนมากนะ...ฉันจะสู้กับโรคกระเพาะให้ได้...” ฮันเกิงพูดและกอดทุกคนไว้ “ภาระอันยิ่งใหญ่ของลีดเดอร์ SJ M ก็ยังมี แถมยังมาเป็นโรคกระเพาะตายอีก...ฉันนี่ช่างโชคร้ายจริงๆ แต่ฉันจะอยู่กับพวกนายจนวาระสุดท้ายนะ... ขอบคุณทุกคนที่เคียงข้างฉันนะ... ขอบใจจริงๆ”“พี่เกิง อย่าร้องไห้สิ...” เสียงแหลมเล็กเตือนสติของลีดเดอร์ผู้น่าสงสารเอาไว้“พวกนายกลับบ้านไปมีวันที่ดีๆกันเถอะ..” ลีดเดอร์ปาดน้ำตาแล้วเอนลงนอน โดยไม่รู้ตัวสักนิดว่า... “พี่เกิงนี่หลอกง่ายเนาะ...” ดงแฮกระซิบข้างหูของซีวอน“อื้อ!... ง่ายกว่าปอกกล้วยเข้าปากซะอีก”“55 นั่นสิเนอะ มีโรคกระเพาะที่ไหนเป็นแล้วตายบ้างฟะ???” โจวมี่พูดขึ้น เพียะ! คยุฮยอนตีแขนโจวมี่“แล้วพวกพี่ๆรู้รึเปล่า ถ้าพี่เกิงรู้ความจริงขึ้นมา พวกพี่เสร็จแน่ๆ” คยุฮยอนหันมาพูดกับพี่ๆด้วยสีหน้าจริงจัง แล้วเดินนำหน้าไป และในคืนนั้นเอง ฮันเกิงนอนอยู่โรงพยาบาล ไม่มีใครมาเฝ้าเลย ฮันเกิงเลยตัดสินใจโทรศัพท์ทางไกลไปหาฮีชอล“ฮัลโหล” เสียงตอบรับจากหมายเลขปลายทางดังขึ้น“ชอลอ่า~ รู้เปล่าว่าผมอยู่ไหน?” ฮันเกิงพูดด้วยเสียงอ้อนๆ“ไม่รู้ แล้วก็ใครใช้ให้นายเรียกฉันแบบนี้!!! ฉันเป็นพี่นายนะ”“พี่ พวกซีวอนบอกผมว่าผมจะอยู่ได้อีก 3 เดือน”“นายเป็นอะไร” น้ำเสียงฟังดูแล้วเป็นห่วงจับใจ“โรคกระเพาะ” “555 นายจะบ้าเรอะ โรคกระเพาะที่ไหนเป็นแล้วตาย 555 (แล้วหัวเราะอีกยาว)”“แต่พวกนั้นบอกว่าจริง” “นายโดนหลอกแล้วแหละ ฟันธง!!”“อ่า... T T ผมถูกหลอกหรอ งั้นผมจะแกล้งกลับ 55” ฮันเกิงตอบกลับอย่างเริงร่า“พี่ว่านายนอนก่อนดีกว่ามั้ง? พักผ่อนเยอะๆละกัน อันนยอง~”“เฮ้อ~ นี่ตูถูกพวกมันหลอกจริงๆหรอ...ไม่มั้ง~” แล้วฮันเกิงก็หลับไป อีกทางหนึ่ง SJ M ทั้ง 6 คน กำลังฉลองอยู่ที่ที่พักของตัวเองอย่างสำราญใจ เนื่องจากหลอกฮันเกิงได้สำเร็จ (อย่างงดงาม) คืนนี้อาหารฉลองเป็นฝีมือของรยออุคนั่นเอง ทุกคนมองคยุฮยอนที่นั่งจ๋อยอยู่ ไม่ยอมพูดไม่ยอมจา โจวมี่เห็นอย่างนั้นจึงเข้าไปดึงมือเขาให้ลุกขึ้นมาเต้นด้วยกัน“คยุฮยอน...มาเต้นกันเหอะ...” โจวมี่รวบตัวคยุฮยอนขึ้นมาจนได้“เต้นไรอ่ะ” คยุฮยอนพูดและมองไปทางโทรศัพท์บ้าน “พี่เกิงเป็นไงบ้างไม่รู้”“น่า...พี่เกิงเค้าโตพอจะดูแลตัวเองได้น่า” โจวมี่มอง “เต้น Tell Me กับฉันนะ”“ไม่อาอ่ะ เอาเพลงอื่นได้ป่ะ” คยุฮยอนทำท่าไม่พอใจพอตัวอยู่... “เต้น O. Jung Ban Hubได้ป่ะ”“ไม่เอา!!!!พวกเรา SJ Mนะเฟ้ย!!! ไม่รับของคนอื่น เพราะงั้นเราต้องเต้น It’s Raining” ซีวอนโวยวายด้วยความชอบในตัวเรนมากๆ”เอาIt’s Raining”“ไม่เอา!!!!! เค้าจะเต้น Rising Sun!!!!!!” เสียงแป๋นๆของรยออุคชวนทุกคนปิดหูไปตามๆกัน “Rising Sun!!!!!! Rising Sun!!!!!! Rising Sun!!!!!!”“Rising Sun ก็ได้จ้า...”ดงแฮดับเบิ้ลคลิ้กที่เพลง Rising Sun- สรุปแล้วก็คือไม่มีใครสนใจฮันเกิงจนได้ แป่ว~ -